อะบู อิสหาก อัล-หุวัยนี คือใคร?

อะบูอิสหาก อัล-หุวัยนี คือใคร?
ปราชญ์อะลุซซุนนะฮ์กล่าวถึงเขาใว้อย่างไร
แปลโดย อบูจัสมิน (18 มีนาคม 2568)

อะบู อิสหาก อัล-หุวัยนี จอมตักฟีร(ตัดสินมุสลิมที่ทำบาปใหญ่ว่าเป็นกาฟิร) ค่อวาริจญ์ และเป็นนักคิดนอกรีต ปัจจุบันได้เสียชีวิตลงแล้ว อย่าได้ไว้อาลัยหรือแสดงความเห็นใจต่อพวกคอวาริจญ์(พวกก่อการร้าย) ไม่ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว เราขอปลีกตัวเองจากผู้ก่อการร้าย และการก่อการร้ายทั้งหมด

ข้อมูลเกี่ยวกับอะบู อิสหาก อัล-หุวัยนี

  • ตามคำตัดสินของปราชญ์อะลิซซุนนะฮ์ มีข้อสรุปว่า เขามิได้อยู่บนอะกีดะห์(หลักศรัทธา)และมันฮัจย์”อะฮ์ลุลหะดีษ” (ผู้ดำรงอยู่บนแนวทางของชาวหะดีษ) หรือมันฮัจย์สะลัฟ แม้ว่าเขาจะมีความรู้ด้านวิชาหะดีษอยู่บ้าง แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าเขาอยู่บนแนวทางที่ถูกต้อง
  • เขาอ้างว่าการก่อกบฏต่อผู้นำเป็นเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างกันได้(ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นอิจมะอ์ ใครเห็นเป็นอื่นถือว่าหลงผิด) และยังอ้างไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนในการห้ามการก่อกบฏ
  • เขากล่าวว่า “กลุ่มอิควานมุสลิมีน” เป็นส่วนหนึ่งของ “อะฮ์ลุซซุนนะห์” และมองว่าทุกกลุ่มเป็นเพียงกลุ่มเผยแผ่ศาสนาที่มีมุมมองต่ออิสลามต่างกัน ไม่มองว่าเป็นกลุ่มหลงผิด ตามคำตัดสินของผู้รู้สุนนะฮ์
  • เขาวิจารณ์หลักการ “อัลญัรห์ วัตตะอ์ดีล” (การวิพากษ์และการยอมรับนักวิชาการ) และกล่าวว่าผู้ที่วิจารณ์บุคคลอื่นโดยใช้หลักการนี้ เป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ทั้งที่หลักการนี้เป็นมันฮัจย์ของชาวสะลัฟ ในการคัดกรองบุคคล
  • เขามองว่าคนที่ฆ่าตัวตายด้วยระเบิดพลีชีพ ไม่ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่มองว่าเป็นการเสียสละตัวเองเพื่อทำลายศัตรู และอ้างเรื่องราวของท่านอนัส อิบนุ นัฎร์ มาเป็นหลักฐาน เช่นเดียวกับที่พวกก่อการร้ายนำมาอ้าง
  • เขามองว่าเรื่อง “เตาฮีด” (การยืนยันเอกภาพของอัลลอฮ์) มิใช่สาระสำคัญใดๆ เราจึงไม่พบเนื้อหาตำรา หรือคำพูดของเขาในเรื่องการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์
  • เขาเป็นผู้หนึ่งที่อุตริหลักการ “เตาฮีด อัล-หากิมิยะห์” (Tawheedul Hakimiyyah) ซึ่งถูกใช้เป็นข้ออ้างในการตัดสินว่า ผู้นำและผู้ใต้การปกครองของเขา เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา (กาเฟร) ทั้งหมด
  • เขากล่าวว่าผู้ที่ทำบาปเเละไม่เตาบัติ จะกลายเป็นกาเฟรโดยอัตโนมัติ เนื่องจากเขาถือว่าคนเหล่านั้นเห็นว่าบาปเป็นสิ่งที่ฮาลาล
  • เรียกร้องให้มีการประท้วงและก่อกบฏ
  • เขาเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหัวหน้ากลุ่มตักฟีรีย์และคอวาริจญ์ในอียิปต์ และที่อื่น ๆ
  • ในปี 2015 กระทรวงกิจการศาสนาแห่งอียิปต์ได้มีคำสั่ง สั่งเก็บ ทำลายหนังสือของนักคิดคอวาริจญ์รวมถึงหนังสือของอัลฮุวัยนีย์ออกจากมัสยิดทั่วประเทศ
  • เขามักพูดจาจาบจ้วงปราชญ์อะฮ์ลุซซุนนะห์ และนำข้ออ้างที่ไร้สาระมาวิจารณ์
  • ในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาได้ถอนคำพูดที่เคยวิจารณ์ยูซุฟ อัล-กอรฎอวีย์(เเกนนำอิควาน) และกลับมาผูกมิตรกับเขาในกาตาร์ โดยมีการบันทึกจากทั้งลูกศิทย์ของกอรฎอวีย์และอัล-ฮุวัยนีว่า ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
  • ปราชญ์ซุนนะฮ์ เช่น เชคมุกบิล, เชคอะห์หมัด อัน-นะญ์มี, เชคอุบัยด์ และเชคอับดุลวาฮ์ฮาบ อิบนุฮะซัน จากอียิปต์ รวมถึงนักวิชาการอีกหลายท่าน ต่างระบุว่าเขาเป็นพวกคอวาริจญ์ และเป็นนักคิดตักฟีรีย์ โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ

    https://www.youtube.com/playlist?list=PL62FA59A72D06EFFE

นอกจากนี้อะบู อิสหาก อัล-หุวัยนี มีเพียงใบปริญญาด้านภาษาสเปน และไม่มีใบรับรองหรืออิญาซะห์ทางศาสนาแต่อย่างใด เขาไม่เป็นที่รู้จักว่าเคยศึกษากับนักวิชาการอะฮ์ลุซซุนนะห์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านหะดีษ อีกทั้งเขาไม่ได้เป็นศิษย์ของเชคอัล-อัลบานี เพียงแต่เคยไปพบเชคอัล-อัลบานีเพียงครั้งเดียวในชีวิต และใช้โอกาสนั้นสร้างชื่อเสียงให้ตนเองว่าเป็นนักวิชาการ นี่คือสิ่งที่เชคศอลิหฺ อัล-เฟาซาน พูดเกี่ยวกับเขา…

ดร.อะรอฟาต หะฟิซ่อฮุ้ลลอฮ์ ( แปลโดย อ.อิสหาก พงษ์มณี) ท่านกล่าวว่า

การใส่ร้ายของอัลหุวัยนีผู้หลงผิดต่อชัยคของเรา อิมามร่อบีอ์ อัลมัดคะลีย์ และชาวสลัฟ ตลอดจนการดูถูกและการตัดสินว่าพวกเขาเป็นบิดอะฮ์นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเพิ่งเกิดขึ้น แต่ชายผู้นี้ได้กระทำเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว และเขาเองก็คอยวางแผนเล่นไม่ซื่อร่วมกับพวกพ้องของเขาจากกลุ่มอิควานและเซาะรูรียะฮ์ ดังนั้น ผู้ที่เรายังไม่อาจเห็นบิดอะฮ์ของเขาอย่างชัดเจน แต่อย่างน้อยเราก็ไม่อาจมองข้ามความสนิทสนมของเขากับพวกหลงผิดได้ และไม่มีผู้กระทำบิดอะฮ์คนใดเลยที่ไม่โกหกและขัดแย้งกับตนเองทั้งในเรื่องหลักและเรื่องรอง